พาชื่นชมความสวยงามของพระราชวังโปตาลา (Potala Palace)

china-0006

พอทัวร์จีนมาชวนไปเที่ยว หลายๆท่านจะบอกว่ากลัวไปเที่ยวที่เที่ยวแบบเดิมๆ อย่างเช่น สุสานจิ๋นซี พระราชวังต้องห้าม เป็นต้น  แต่คราวนี้ทัวร์จีนจะพาคุณไปเที่ยวชมความสวยงามของที่อื่นกัน รับรองว่าหลายๆท่านอาจยังไม่เคยไปหรือแม้แต่ได้ยินชื่อ

พระราชวังโปตาลาซึ่งตั้งอยู่บนความสูง ประมาณ 300 เมตร บนยอดเขาแดง พระราชวังปู้ต้าลาแห่งนี้มีประวัติ อันยาวนานมากว่า 1,300 ปี ที่มีความสวยงาม และอลังการมาก มีห้องมากกว่า 1,000 ห้อง ซึ่งนับว่าเป็นศิลปะสุดยอดฝีมือที่สวยงามที่สุดของธิเบต ภายในพระราชวังปู้ต้าลานี้จะมีอาคาร 13 ชั้น สูงประมาณ 400 เมตร   สร้างขึ้นมาในคริสตวรรษที่ 7 โดยกษัตริย์ผู้ยิ่งใหญ่ของธิเบต ที่รวบรวมชาวธิเบตให้เป็นอันหนี่งอันเดียวกันได้สำเร็จ คือ กษัตริย์ ซงเซินกัมโก ซึ่งแรกเริ่มก็เพียงแต่จะสร้างขึ้นเพื่อให้เป็นป้อม และตำหนักเล็กๆให้แก่พระมเหสีชาวจีน และชาวเนปาล ของพระองค์เท่านั้น แต่ต่อมาทรงใช้ป้อมยามแห่งนี้เป็นสถานที่ในการศึกษาพระธรรมคำสั่งสอนขององค์พระสัมมาสัมพุทธเจ้า หลังจากที่พระองค์ได้เปลี่ยนความเชื่อถือจากการนับถือลัทธิบอน อันเป็นความเชื่อถือเก่าแก่แต่โบราณกาลของชาวธิเบตในสมัยนั้นเปลี่ยนมานับถือศาสนาพุทธ และทำให้พระพุทธศาสนา เริ่มวางหลักปักฐานในธิเบต และเจริญรุ่งเรืองขึ้นมาตามลำดับในสมัยของพระองค์ท่าน  จนกระทั่งมีพระเป็นผู้ปกครอง ปัจจุบันนี้รูปทรงเดิมของป้อมและพระตำหนักดังกล่าวสองหลังนี้ก็ยังคงหลงเหลือให้เห็นอยู่บ้าง ท่ามกลางสิ่งก่อสร้างที่ตบแต่งเพิ่มเติมใหม่ ที่ต่อเติมเรื่อยมาจนถึงปัจจุบัน

สำหรับสิ่งที่บูรณะซ่อมแซมเพิ่มเติม ในช่วงหลังๆมานั้นส่วนใหญ่จะซ่อมแซมบูรณะในสมัยขององค์ดาไลลามะที่ 5 ประมาณปี พ.ศ. 2188 ถึง 2236 ( องค์ดาไลลามะองค์ปัจจุบันนี้คือองค์ที่ 14 ) เพื่อให้เป็นพระราชวังฤดูหนาว พระราชวัง ปู้ต้าลาแห่งนี้แบ่งออกเป็น 3 ส่วนคือ ส่วนของพระราชวังสีขาว สีแดง และสีเหลือง

พระราชวังสีขาวนั้นเป็นส่วนของ สังฆวาส สำหรับเป็นที่อยู่อาศัยของพระสงฆ์ โรงเรียน และโรงพิมพ์ ส่วนอีกส่วนหนึ่งที่เป็นสีแดงนั้นจะเป็นส่วนของพุทธาวาส สำหรับปฏิบัติกิจของสงฆ์ ประกอบไปด้วย สถูปทองซึ่งภายในบรรจุพระศพขององค์ดาไลลามะทั้ง 8 องค์เอาไว้ ที่ประชุมสงฆ์ พระวิหาร โบสถ์ และห้องสมุดที่ใช้เก็บพระไตรปิฏก อาคารทั้งสองส่วนจะถูกเชื่อมโยงด้วยส่วนของอาคารที่เป็นสีเหลือง

ข้าวมันไก่สิงคโปร์

singapore-0005

บทความในตอนนี้ขอคั่นบรรยากาศการพาทัวร์สิงคโปร์ของท่านทั้งหลายด้วยการพาไปรู้จักกับอาหารที่ขึ้นชื่อมากชนิดหนึ่งของประเทศสิงคโปร์ที่ต้องเรียกได้ว่าใครก็ตามที่ได้มาเยือนประเทศสิงคโปร์เป็นอันต้องแวะชิมทุกรายไม่ว่าจะเป็นคนที่ไปทัวร์สิงคโปร์ด้วยตัวเองหรือไปกับกรุ๊ปทัวร์ บริษัททัวร์ก็ตามที ซึ่งอาหารที่ผมว่านี้จะเป็นอะไรไปไม่ได้ถ้าไม่ใช่ “ข้าวมันไก่”

               หลายคนที่ได้เคยอ่านหนังสือประเภท guide book ที่พาทัวร์สิงคโปร์ย่อมจะทราบดีว่าข้าวมันไก่ของสิงคโปร์นั้นเขามีชื่อมากที่สุดและถือว่าเป็นต้นตำรับในแถบเอเชียเลยก็ว่าได้ครับ โดยย่านเศรษฐกิจและย่านนักท่องเที่ยวสิงคโปร์เกือบทุกแห่งมักจะมีร้านขายข้าวมันไก่เปิดขายอยู่หลายเจ้าโดยเฉพาะอย่างยิ่งย่าน orchard มีให้เลือกกันนับเป็นสิบๆ ร้านเลยทีเดียวครับ

               ไม่มีใครรู้ที่มาที่ไปอย่างชัดเจนว่าเหตุอันใดข้าวมันไก่สิงคโปร์จึงได้ชื่อว่าอร่อยที่สุดในโลกทั้งที่ในความเป็นจริงข้าวมันไก่อร่อยๆ ในบ้านเราก็มีให้เห็นกันอยู่เยอะแยะไปแต่จากตำนานเล่าขานกันมาพอจับใจความได้ว่าในสมัยที่สิงคโปร์ยังไม่เจริญนั้นชาวจีนไหหลำได้อพยพเข้ามายังประเทศสิงคโปร์และได้นำวิชาการทำข้าวมันไก่มาเผยแพร่ให้คนที่สิงคโปร์ได้รับรู้ ชาวสิงคโปร์ชอบข้าวมันไก่ในแบบไหหลำมากจึงได้ร่ำเรียนและนำมาดัดแปลงจนเป็นเอกลักษณ์ของประเทศสิงคโปร์ในที่สุด

               หากจะถามว่าข้าวมันไก่ในประเทศสิงคโปร์เจ้าไหนบ้างที่อร่อยๆ คงต้องบอกตามตรงว่ารสชาติไม่ห่างกันมากนักเพราะเนื่องจากเป็นสูตรเดียวกันแต่ในเรื่องของน้ำจิ้มนั้นเชื่อว่าของทางบ้านเราได้รสชาติมากกว่าครับ

ชมความงามเมืองเวนิส (Venice)

europe-0005

สำหรับใครกำลังวางแผนไปถ่ายพรีเวดดิ้งหรืออยากได้บรรยากาศสวยไว้ถ่ายภาพติดฝาผนังประดับบ้าน  หรือถ้าแค่จะพักผ่อนกับบรรยากาศสวยงามโรแมนติด  ไปกับทัวร์ยุโรปวันนี้เลยจ้ะเพราะเรากำลังจะพาคุณไปชมความงามของเมืองเวนิส  ต้นตำรับการล่องเรือเที่ยวตลาดน้ำอย่างเวเนเซียของไทยกัน

     เมืองเวนิส หรือที่ชาวอิตาลีเรียกว่า เวเน็ตเซีย ( Venezia)เป็นเมืองหลวงของแคว้น เวเนโต(Veneto)มีประชากร 271,663 คน (ข้อมูลวันที่ 1 มกราคม 2004 )เมืองเวนิสสร้างขึ้นจากการเชื่อมเกาะเล็กเกาะน้อย จำนวน 118 เกาะเข้าด้วยกันในบริเวณ ทะเลสาบเวนิเทีย ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของ ทะเลอาเดรียติกทางภาคเหนือของ ประเทศอิตาลี ทะเลสาบแห่งนี้ตั้งอยู่บริเวณชายฝั่งระหว่างปาก แม่น้ำโปกับ แม่น้ำพลาวิ มีผู้อยู่อาศัยนับรวมทั้งหมดประมาณ 272,000 คน แยกเป็นบริเวณเมืองเก่าที่เป็นเกาะ 62,000 คน, บนแผ่นดินใหญ่ที่เรียกว่า แตร์ราแฟร์มา (Terraferma) 176,000 คน และอีก 31,000 คนตามเกาะต่างๆ ในทะเลสาบ

     ในบรรดาเมืองท่องเที่ยวของอิตาลี เมืองเวนิส ดูจะเป็นเมืองที่มีเอกลักษณ์เฉพาะที่แตกต่างจากทุกเมืองในโลก เป็นเมืองที่ตั้งอยู่กลางทะเลสาบที่สวยงามจนได้ฉายาว่าเป็น ราชินีแห่งทะเลอาเดรียติก” ( The Queen of the Adriatic) หรือ เมืองแห่งสายน้ำ” (The City of Water) ที่มีคลองสำหรับใช้สัญจรแทนถนนมากกว่า 150 สาย หรือ เมืองแห่งสะพาน” ( The City of Bridges)ที่ มีสะพานเชื่อมคลองมากกว่า 400 แห่งที่โดดเด่นเป็นที่ดึงดูดใจนักท่องเที่ยวอีกทั้งยังเป็นเมืองที่เต็มไปด้วยสีสันแห่งศิลปวัฒนธรรมและดนตรียามค่ำคืน (The City of Light)ที่ผู้คนทั่วโลกรู้จักและใฝ่ฝันอยากมาเทียวชมสักครั้งในชีวิตเมืองเวนิสเป็นที่รู้จักกันมาช้านานในประวัติศาสตร์ ในฐานะที่เป็นศูนย์กลางการเดินเรือและการค้าของทวีปยุโรปนับพันปี นอกนั้นในแวดวงวรรณกรรม เมืองเวนิสเป็นที่รู้จักจากบทประพันธ์ของวิลเลียม เชคสเปียร์( William Shakespeare)เรื่อง พ่อค้าแห่งเวนิส” ( The Merchant of Venice)ซึ่งพระบาทสมเด็จพระปกเกล้าเจ้าอยู่หัวได้ทรงนำมาประพันธ์เป็นบทละครชื่อเวนิสวานิชแต่ที่มีชื่อเสียงมากที่สุดคือบทประพันธ์เรื่องโรเมโอและจูเรียต”( Romeo and Juliet)ที่เชื่อกันว่าเวนิส คือบ้านเกิดของของทั้งคู่ผู้สร้างตำนานรักอมตะที่ต้องจบชีวิตลงเพราะความแค้นของบรรพบุรุษสองตระกูลเมืองเวนิสยังเป็นเมืองที่ได้รับการรับรองให้เป็นมรดกโลกทางวัฒนธรรมขององค์การยูเนสโกซึ่งได้แก่ ตัวเมืองและคลองต่างๆ ความงดงามของเวนิสทำให้ถูกใช้เป็นฉากถ่ายทำภาพยนตร์หลายเรื่อง ส่วนคนไทยดูเหมือนจะรู้จักและเกี่ยวข้องกับเวนิสจากการที่กรุงเทพฯเมืองฟ้าอมรของเราได้รับการเรียกขานว่าเป็น เวนิสตะวันออกดังนั้น การได้มีโอกาสมาเที่ยวชมเมืองเวนิสของจริง จึงอดตื่นตาตื่นใจในความงดงามและเสน่ห์อันเป็นเอกลักษณ์ ของเมืองมรดกโลกแห่งนี้ไม่ได้